• เสกสุสานศานติคาม ประจำปี 2018 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2018 เวลา 10.00 น. ณ หอประชุมพระสันตปาปายอห์น ปอลที่ 2 (บริเวณ โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน) / ค่าบำรุงสุสาน สามารถชำระผ่านบัญชี ธนาคารทหารไทย สาขาสามพราน ชื่อบัญชี มิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ (ศานติคาม) เลขที่ 525-2-07525-3 และธนาคารกรุงเทพ สาขาเทสโก้ โลตัส สามพราน ชื่อบัญชี สุสานโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ (ศานติคาม) เลขที่บัญชี 904-0-09229-9 แล้วส่งเอกสารการโอนมาที่ เบอร์โทรสาร. 02-4290864 พร้อมเขียนเบอร์หลุมหรือชื่อผู้ตาย และเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ มาด้วยทุกครั้ง / มิสซาระลึกถึงผู้ล่วงลับประจำเดือน จะจัดขึ้นทุกวันอาทิตย์ที่ 4 ของเดือน ในเดือนนี้ ตรงกับ วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2560/2017 เวลา 16.30 น. คุณพ่อปรีดา เวียงชัย เป็นประธาน


วัดพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์

2/5  ม.6  ถ.เพชรเกษม  ต.ท่าข้าม  อ.สามพราน  จ.นครปฐม  73110
โทรศัพท์ 0-2429-0117    โทรสาร 0-2429-0864

                การเปิด-เสกวัดใหม่ ทำในวันที่  15  พฤษภาคม  ค.ศ. 1999   ต้องถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งสำหรับพระศาสนจักรคาทอลิกโดยเฉพาะอัครสังครสังฆมณฑล กรุงเทพฯ วัดนี้เป็นวัดที่เกิดขึ้นใหม่ นอกจากจะเป็นวัดที่ใช้ประกอบศาสนพิธีตามปกติเช่นวัดอื่นแล้ว  ยังเป็นวัดที่ต้องเอาใจใส่ดูแลบรรดาพี่น้องคริสตชนผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่ฝังร่างหรือกระดูกไว้  ณ  สุสานศานติคาม  ซึ่งเป็นสุสานกลางของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
                เมื่อพ่อได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่ (คนแรกและครั้งแรกในชีวิตสงฆ์) พ่อเป็นเสมือนผู้สานต่องานของพระเป็นเจ้า ซึ่งได้รับการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่ง ความเชื่อความศรัทธาไว้ในชีวิตของพี่น้องคริสตชนจำนวนไม่น้อยจากงานของบรรดาคุณพ่อ ซิสเตอร บราเดอร์  และพี่น้องที่พระเป็นเจ้าทรงใช้เป็นเครื่องมือก่อนหน้าพ่อ ดังนั้นขอให้เราช่วยกันสวดภาวนาต่อพระเจ้า  เพื่อน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้าจะได้เป็นไปดังที่พระองค์ประสงค์ ทั้งสำหรับคริสตชนที่นี่  และในทุกๆ แห่ง
                ความชื่นชมยินดี  ในโอกาสนี้เป็นดังการสรรเสริญพระเป็นเจ้า ที่พี่น้องพึงมีมิใช่เพียงในวันฉลองนี้เท่านั้น แต่ต้องมีเสมอในชีวิตประจำวัน และปรากฏเป็นชีวิตที่มีสันติสุขแท้ภายในและภายนอก ทั้งกับพี่น้องคริสตชนและผู้ที่มิใช่คริสตชน เพื่อสะท้อนถึงการประทับอยู่ของพระเป็นเจ้า ดังคำของนักบุญเปาโลที่ว่า “ท่านเป็นวิหารของพระเป็นเจ้าและพระจิตของพระเป็นเจ้าสถิตอยู่ในท่าน” (1 คร.3.16)  อันเป็นการบ่งบอกถึงความเชื่อของตนและของชุมชนต่อพระเป็นเจ้า อีกทั้งเป็นประจักษ์พยานถึงองค์พระเป็นเจ้าผู้ทรงรักเราทุกคนอย่างหาที่สุดมิได้ ในองค์พระเยซูเจ้าผู้ทรงสิ้นพระชนม์กลับคืนชีพ และเสด็จขึ้นสวรรค์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของชีวิตที่เราทุกคนปรารถนาที่จะมีร่วมกันสักวันหนึ่ง
                บริเวณซอยหมอศรี(ปัจจุบัน คือ ซอยศรีเสถียร) เป็นทุ่งนา  จนกระทั่งปี พ.ศ. 2510  คุณศรี  ภูรีโรจน์  หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า  “หมอศรี”  ได้ทำการจัดสรรแบ่งขายที่ดินเป็นแปลงเล็กๆ  ขนาด  100-200 ตารางวา  โดยมีจุดประสงค์ที่จะให้เป็นหมู่บ้านคาทอลิก  เพราะท่านเล็งเห็นว่าในเขตอำเภอสามพราน คงจะเป็นศูนย์รวมของบ้านนักบวชคณะต่างๆ เป็นแน่  และในระยะเวลานั้นวิทยาลัยแสงธรรมก็ได้ก่อสร้างขึ้น  รวมทั้งยังมีวัดนักบุญเปโตรซึ่งเป็นวัดใหญ่และเก่าแก่วัดหนึ่งในอัครสังฆณฑลกรุงฯ  ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่จัดสรรแห่งนี้
คริสตชนที่อยู่ในบริเวณนี้ก็สามารถไปร่วมมิสซา  และพิธีกรรมต่างๆ ได้จึงมีคาทอลิกจากวัดเซนต์หลุยส์  วัดอัสสัมชัญ  วัดกาลหว่าร์  วัดสามเสน อำเภอขลุง  จันทบุรี  ราชบุรี  อยุธยา  ปทุมธานี  นครราชสีมา  และวัดอื่นๆ  อีกหลายแห่งเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้  ต่อมาก็มีบ้านนักบวชที่มาสร้างอยู่ในซอยนี้เช่นกันนั่นคือ บ้านคณะคามิลเลี่ยน  บ้านคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล(O.M.I.)  และบ้านซิสเตอร์คณะซาเลเซียน  ดังนี้คริสตชนในซอยศรีเสถียรจึงได้ไปร่วมมิสซาและพิธีกรรมต่างๆ  ตามบ้านนักบวชเหล่านี้

              
                อยู่มาเมื่อกลางปี  พ.ศ. 2533  คุณพ่อพิบูลย์  วิสิฐนนทชัย  (ขณะนั้นเป็นอธิการบ้านเณรเล็กยอแซฟ)  ได้รับเชิญคริสตชนที่อาศัยอยู่ในซอยศรีเสถียรมาประชุมพร้อมกันที่หอประชุมโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ เพราะคุณพ่อเห็นว่าคริสตชนที่นี้ต่างคนต่างอยู่ไม่รู้จักกันคุณพ่อจึงมีความปรารถนาที่จะให้พวกเรามีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกัน  เพื่อพัฒนาชีวิตภายในของพวกเราให้ดีขึ้น  ในการประชุมนั้นคุณพ่อให้ทุกคนเสนอความคิดเห็น  พวกเราต่างมีความเห็นพ้องต้องกันว่า เราอยากให้มีวัดในซอยของเรา  คุณพ่อจึงแนะนำให้พวกเรารวมตัวกันให้ได้ก่อนโดยให้มีการพบปะกันเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสวดภาวนร่วมกันทุกอาทิตย์ คือทุกคืนวันเสาร์  โดยใช้สถานที่ของบ้านคณะคามิลเลี่ยน  ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคุณพ่อโจวันนี  คอนตารีน(ค.พ.ยอห์น)  และเป็นกำลังที่เข้มแข็งของกลุ่ม  นอกจากนั้นคุณพ่อพิบูลย์ ยังได้เชิญคุณพ่ออาเรนส์  บรูโน  และบราเดอร์ (คณะ O.M.I.) และซิสเตอร์คณะซาเลเซียน(โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์) เข้าร่วมประชุมด้วย  พร้อมทั้งให้มีการสำรวจคริสตังในบริเวณซอยศรีเสถียรและใกล้เคียง  ซึ่งพบว่าในเวลานั้นคริสตังอยู่ประมาณ  70 ครอบครัว
                การรวมตัวครั้งนั้นคุณพ่อแนะนำให้พวกเราตั้งกลุ่มแม่บ้าน  กลุ่มพ่อบ้าน  กลุ่มเยาวชน  เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ  เช่น  กิจกรรมวันแม่  วันพ่อ  วันเยาวชน  วันผู้สูงอายุ  นอกนั้นยังมีการสวดสายประคำตามบ้าน  เพื่อสวดภาวนาร้องเพลงอวยพร  ในเทศกาลพระคริสตสมภพและอื่นๆ  ในการทำกิจกรรมต่างๆ  ทางกลุ่มต้องขอใช้สถานที่จากบ้านคณะคามิลเลี่ยนบ้าง บ้านสวนยอแซฟบ้าง  โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์บ้าง  พวกเราจึงได้ปรารภกันว่าน่าจะมีสถานที่หรือวัดของเราเอง  เพื่อพวกเราจะได้ร่วมพิธีกรรม  ทำกิจศรัทธา  หรือทำกิจกรรมต่างๆ  ได้อย่างเป็นกิจจะลักษณะให้ดียิ่งขึ้น  และวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่จะช่วยพวกเราได้ก็คือ  การสวดภาวนาขอจากพระด้วยความเชื่อและศรัทธาอย่างจริงจัง  นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ  ทั้งนี้และทั้งนั้นผู้เขียนใคร่ขอกราบขอบพระคุณคุณพ่อ  บราเดอร์  ซิสเตอร์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อพิบูลย์  ณ  ที่นี้ด้วย  ถ้าปราศจากพวกท่านแล้ว  พวกเราคงเดินมาไม่ถึงจุดนี้แน่  แล้ววันที่สำคัญวันหนึ่งก็มาถึง  เมื่อทางคณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล(O.M.I.) ได้จัดให้มีการเสกบ้านของคณะขึ้น  โดยพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัล มีชัย กิจบุญชู  เป็นประธาน  พวกเราก็ได้รับเชิญไปร่วมงานและผู้เขียนเองก็ได้รับเกียรติให้เป็นผู้มอบกระเช้าผลไม้ถวายแด่พระคุณเจ้า  โอกาสนั้นพระคุณเจ้าได้พูดคุยกับผู้เขียนหลายเรื่อง  ไม่ทราบว่าเพราะอะไรจึงได้เรียนถามพระคุณเจ้าว่าพวกเราชาวศรีเสถียรจะมีหวังได้มีวัดของตนเองหรือไม่  พระคุณเจ้าได้กรุณาตอบว่า  มีแน่ๆ แต่กำหนดแน่นอนไม่ได้ว่าเมื่อไร  ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาพวกเราก็มีความหวังว่าเราจะได้วัดของเราแน่นอน
                เมื่อคุณพ่อพิบูลย์  เห็นว่าพวกเราได้มีการรวมกลุ่มกันดีแล้ว  จึงได้ค่อยๆ  วางมือไปเพื่อให้พวกเราจัดกรบริหารกลุ่มกันเอง  คุณพ่อได้เน้นว่าเราจะต้องพึ่งตัวเอง  ช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้ได้จะยึดติดอยู่กับพระสงฆ์  นักบวชองค์ใดองค์หนึ่งเป็นแกนนำตลอดไปไม่ได้  เพราะมีการสับเปลี่ยน  โยกย้ายหน้าที่  ความรับผิดชอบอยู่ตามวาระ  แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  เมื่อคุณพ่อพิบูลย์ได้ย้ายไปรับหน้าที่ในกรุงเทพฯ  อีกทั้งคุณพ่อ  บราเดอร์และซิสเตอร์หลายท่านก็โยกย้ายกันไปในที่ต่างๆ  กลุ่มก็ขาดแกนนำ  กิจกรรมต่างๆ  ก็ลดน้อยถอยลง จนไม่มีอะไรเหลือนอกจากความทรงจำ 
                ต่อมาชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันโดยมีคุณพ่อไพรัช  ศรีประเสริฐ  เป็นผู้นำในครั้งนี้เป็นการรวมตัวครั้งที่สองพร้อมกับพี่น้องที่มิใช่คาทอลิก  โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาซอยศรีเสถียรที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม  ด้วยการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนสายหลัก  ล้างและซ่อมท่อระบายน้ำ  ติดไฟริมถนนสายหลักเพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้ที่สัญจรไปมาในเวลาค่ำคืน  ซึ่งนับได้ว่าเป็นการทำประโยชน์ให้กับสังคมซอยศรีเสถียร  แต่เมื่องานนี้สำเร็จลุล่วงไปแล้วก็เป็นที่น่าเสียดายยิ่งที่กลุ่มคริสตชนซอยศรีเสถียรก็ขาดการร่วมมือ  และละเลยในการทำกิจกรรมอีกเช่นเคย
                จากนั้นอีก 2-3 ปี  ในบริเวณที่ดินของสัฆมณฑลตรงปากซอยซ้ายมือ(จากถนนเพชรเกษม) ได้มีการล้อมรั้วลวดหนาม  ถมดิน และเริ่มก่อสร้างอาคารช่วงเวลานั้นมีเสียงพูดต่างๆ  กันไป  บ้างว่าเป็นการสร้างสนามกีฬา  บ้างว่าเป็นโรงเรียน  บ้างว่าเป็นหอประชุม  ช่างเถอะอะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดแต่ผู้เขียนเองมีความเชื่อและแน่ใจว่า  คงต้องมีการก่อสร้างวัดขึ้นอย่างแน่นอน        
                แล้ววันที่  16  กันยายน  พ.ศ. 2541  เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มของเรา  ได้พาชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีกริยามารยาทเป็นที่น่าเคารพนับถือ  และมีใบหน้าอิ่มเอิบไปด้วยรอยยิ้มมาพบผู้เขียนที่บ้าน  และแนะนำให้รู้จักว่า  นี่คือคุณพ่อเจ้าอาวาสวัดใหม่  วัดของเรา  วัดที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่ปากทางเข้าซอยศรีเสถียรไง  ผู้เขียนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง  ด้วยความปิติยินดีว่าความหวัง ความฝันของเราได้เป็นความจริงแล้ว  วัดของเรา  วัดของคริสตชนทุกคนเกิดขึ้นที่นี่แล้ว
                วัดที่เกิดจากพลังแห่งการภาวนาวอนขอพระเป็นเจ้า  ด้วยความเชื่อศรัทธาของบรรดาพี่น้องคริสตชนทั้งหลายอย่างแท้จริง  ทั้งนี้และทั้งนั้น นี่เป็นแผนการของพระเป็นเจ้าโดยสิ้นเชิง  พวกลูกขอขอบพระคุณพระองค์ตลอดไป  อาแมน

 

คุณพ่อถนอมศักดิ์  เลื่อนประไพ
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสปี ค.ศ. 1998-2002 
(เจ้าอาวาสองค์แรก)

คุณพ่อพงษ์เกษม  สังวาลเพ็ชร
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสปี ค.ศ. 2002-2004 

คุณพ่อสุรศักดิ์      อัมพาภรณ์
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. 2004-2007

คุณพ่อเดชา          อาภรณ์รัตน์
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. 2007-2008

 

 

คุณพ่อชูศักดิ์        บุญอนันตบุตร
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ.2008-2009

คุณพ่อชัชวาล      ศุภลักษณ์
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสในปี ค.ศ.2009-ปัจจุบัน
 

หน้าแรก | ประวัติสุสาน | ประวัติวัด | ค้นหาหลุมศพ | ตารางมิสซาประจำเดือน | ตารางมิสซา | ข่าวสาร | รวมรูปภาพ | ติดต่อเรา

Copyright © 2009 ศานติคาม สุสานมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพ ฯ

Visitors: Since 10-10-2009